ความทรงจำที่ข้าพเจ้ามีต่อหลวงปู่โต๊ะ  โดยพนัสปราการ

ในปัจจุบันถ้าเป็นนักสะสมพระเครื่อง เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ  เพราะพระเครื่องของท่านทุกรุ่น แท้ๆ มีตลาดต้องการมาก เดี๋ยวนี้พระของท่านชักจะหายากขึ้นทุกวัน ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญคือของปลอมเยอะและพัฒนาฝีมือดีขึ้นทุกวัน  เมื่อข้าพเจ้าเข้าสู่วัยรุ่น  บางครั้งจะได้ยินที่บ้านพูดถึงสรรพคุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่โต๊ะ ให้ฟังอยู่บ่อยๆเพราะที่บ้านทำอาชีพค้าขายและมีรถแท็กซี่ให้คนเช่าหลายคัน  โดยเฉพาะรถแท็กซี่ที่ออกมาใหม่ๆเมื่อก่อนนั้น เห็นทางบ้านจะขับไปหาหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม หรือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ไม่องค์ใดก็องค์หนึ่งละครับ  แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะเป็นหลวงพ่อเต๋ ทำการเจิมรถให้ เพราะหลวงปู่โต๊ะ ท่านมักจะมีกิจนิมนต์นอกวัดค่อนข้างเยอะ  

แม้ว่าตอนนั้นหลวงปู่โต๊ะ จะมีชื่อเสียงดังแล้วก็ตามแต่ก็ยังอยู่ในวงจำกัด และทางบ้านของข้าพเจ้าจะรู้แต่เพียงว่าท่านจะเก่งเรื่องของค้าขายดี เมตตาสูงมาก ในเรื่องประวัติอภินิหารอย่างอื่นก็ไม่ทราบเลย  เพราะในยุคนั้นผมเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจะสนใจพระเกจิที่เก่งๆด้านคงกระพัน หนังเหนียวที่เค้าร่ำลือว่าสุดยอดในสมัยนั้น ยิ่งเห็นแบบจะจะด้วยตายิ่งชอบและอยากไปลอง ซึ่งมีอยู่หลายองค์ที่มีชื่อเสียงมากๆ เช่น หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ  เสียดายผมไปกราบท่านเมื่อตอนมรณภาพใหม่ๆไม่ทันท่าน ที่บ้านผมก็นับถือหลวงพ่อแดงมากเหมือนกัน ผมโชคดีที่ยังท่านได้ไปกราบพระดังทางอยุธยาในสมัยนั้นคือหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช สำหรับหลวงพ่อเทียม ผมพูดได้คำเดียวว่าท่านเป็นพระที่เก่งจริงๆและมีเมตตาสูงมาก เพราะเห็นมากับตา ตอนที่ท่านรดน้ำมนต์ผู้หญิงที่โดนของเข้า  ผู้ชายหลายๆคนจับผู้หญิงตัวเล็กแทบไม่ไหว แต่เจอน้ำมนต์หลวงพ่อเทียมเข้าไปเรียบร้อยครับ  และยังมีอีกหลายเรื่องที่ยากจะเชื่อได้สำหรับคนสมัยนี้   ตอนนั้นหลวงปู่กอง วัดสระมณฑล ก็ยังอยู่กับหลวงพ่อเทียม ที่สำคัญเหนืออื่นใดผมยังได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหลวงพ่อเทียม ไว้ด้วย แต่เป็นรุปขาวดำ   มีพระอยุธยาอีกรูปที่ถือว่าสุดยอดในสมัยนั้นคือ หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง  ท่านเป็นพระไม่ค่อยพูดและกลัวคนเอาเรื่องของท่านไปลงในหนังสือพระ  ท่านบอกว่าไม่อยากดัง ท่านจะเก่งมากๆเรื่องการสักยันต์  เมื่อสักเสร็จต้องลองครับ โดยท่านจะมีมีดดาบอยู่ใกล้ๆ เห็นมากับตาคนที่ได้รับการสักจากท่านเหนียวหนึบ ไม่มีเลือดไหลออกมาให้เห็น

มาเข้าเรื่องหลวงปู่โต๊ะดีกว่าครับ  สำหรับหลวงปู่โต๊ะ ผมได้เห็นอภินิหารท่านด้วยตนเองก็ตอนที่ท่านชรามากๆแล้ว  ก่อนที่ท่านจะมรณภาพไม่นานนัก  แม้ว่าตอนเป็นวัยรุ่นเรื่องธรรมะก็รู้แบบงูๆปลาๆ  มาทราบทีหลังว่าท่านเป็นพระทรงอภิญญาและเป็นครูสอนกัมมัฏฐานชั้นยอดก็เมื่อตอนที่ท่านใกล้มรณภาพแล้ว  ในเรื่องกรรมฐานค่อนข้างชัดเจนว่าท่านไปเรียนมาจากพระสังวรานุวงศ์เถร (ชุ่ม) วัดราชสิทธาราม เพราะมีหลักฐานบันทึกไว้ และวิธีปฏิบัติกรรมฐานของท่านจะคล้ายกับที่นี่มากที่สุด หลวงปู่โต๊ะ ท่านเป็นพระที่มีอายุมากถึง 94 ปี มรณภาพปี 2524 ท่านเป็นชาวบางคณฑี สมุทรสงคราม ท่านบวชตั้งแต่เป็นเณรจนเป็นพระมาตลอดจนมรณภาพ หลวงปู่โต๊ะ ลักษณะรูปร่างผอมสูง ท่านเป็นพระที่ใจดี สำหรับในด้านคาถาอาคม ท่านก็เรียนจากพระเกจิรุ่นเก่าดังๆในแถบแม่กลอง หลายองค์ เช่น หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากะบือ ( มีคาถาแก้วสารพัดนึก บันทึกอยู่ที่วัด บอกชัดเจนว่าท่านได้มาจากหลวงพ่อรุ่ง )  หลวงพ่อเชย วัดโชติยการาม นอกจากนี้ท่านยังสนิทกับหลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะองค์ สมุทรสาคร  เป็นต้น 

ในเรื่องของอภินิหารที่ข้าพเจ้าได้พบด้วยตนเอง คือ ตอนที่ข้าพเจ้าเดินทางไปกราบท่านที่วัด ก่อนมรณภาพไม่กี่เดือน  วันนั้นเป็นช่วงบ่ายประมาณ 2 โมง เมื่อไปถึงวัดวันนั้นก็แปลกดีครับ ไม่มีแขกคนอื่นไปหาท่านเลยมีแต่ผมคนเดียว เมื่อไปถึงกุฏิสองชั้นที่ท่านจำพรรษาอยู่ ประตูหน้าต่างก็ปิดหมดทุกบาน หลวงปู่ท่านจะพักอยู่ชั้นบนขึ้นบันไดด้านนอก  ตอนนั้นคิดว่าหลวงปู่โต๊ะ ท่านมีกิจนิมนต์ข้างนอกหรือไม่ก็จำวัดอยู่  บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นป้ายเล็กๆหน้าประตู บอกว่าหลวงปู่งดรับแขก ช่วงหลังเที่ยงจนถึงประมาณบ่าย 4 โมงครับ ถามคนในวัดบอกว่าป้ายนี้เพิ่งเอามาติดไม่นาน แต่หลวงปูจำวัดอยู่ข้างบน เพราะหลวงปู่ระยะหลังๆสุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว   ข้าพเจ้าเห็นว่าหลวงปู่จำวัดอยู่และสุขภาพท่านไม่ค่อยดี จึงคิดว่าไม่อยากรบกวนท่าน ก็คิดว่าอีกสักพักคงกลับบ้าน  ในช่วงนั่งพักผ่อนอยู่ด้านนอกกุฏิใต้ต้นไม้ประมาณไม่นานนัก  เหมือนปาฏิหาริย์ครับ หลวงปู่โต๊ะเปิดประตูกุฏิออกมาให้ข้าพเจ้าได้เข้าพบ  ตอนนั้นปิติมากครับที่ท่านให้ความเมตตากับข้าพเจ้ามาก ทั้งๆที่เราเป็นแค่วัยรุ่นธรรมดา  หลวงปู่รูปร่างสูงสง่ามาก ภาพของท่านจำได้ไม่ลืมเลยครับ แม้ท่านอายุกว่า 90ปีแล้ว แต่ยังเดินเหินได้ปกติ  ข้าพเจ้าได้สนทนากับท่านอยู่นานพอสมควร แต่เห็นว่าท่านชรามากแล้วจึงไม่รบกวนให้ท่านต้องเสกเป่าอะไร  สุดท้ายอดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยปากขอวัตถุมงคลจากท่านก่อนกลับ แต่ท่านบอกให้ไปเอาที่ส่วนจำหน่ายวัตถุมงคลของวัด ที่ตัวท่านเองไม่มีติดตัวเลยครับ  แต่ถือว่าข้าพเจ้าบรรลุวัตถุประสงค์การมาที่วัดนี้และได้พบหลวงปู่แล้ว  หลังจากที่หลวงปู่มรณภาพไปแล้ว  บางครั้งท่านก็มาโปรดข้าพเจ้าตอนนอนหลับหรือทำสมาธิภาวนาก็มีครับ  มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านถึงกับให้คาถามาบหนึ่งให้ข้าพเจ้าท่อง  แต่ข้าพเจ้าคงไม่สามารถบอกให้คนอื่นได้ สักวันหนึ่งเมื่อเวลาเหมาะสม อาจจะพิมพ์ไว้ให้คนที่นับถือ สำหรับคนที่ไม่เชื่อก็มีแต่ไม่อยากให้ลบหลู่เพราะท่านอาจทำบาปโดยไม่รู้ตัว

สุดท้าย ถ้าใครถามข้าพเจ้าว่าเป็นลูกศิษย์ในด้านธรรม ของใคร ข้าพเจ้าตอบได้แบบเต็มปากว่า หนึ่งในอาจารย์ของข้าพเจ้าอย่างเป็นทางการคือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพ 

error: Content is protected !!